Saturday, 22 March 2014

Can't take my eyes off you



เมื่อตอนสายๆ เราปั่นจักรยานผ่านต้นแมกโนเลียต้นนี้ ต้องหยุดจริงๆ มันสวยมาก หวานหยด น่ารัก รูปทรงกิ่งที่แผ่ก็อลังการ เห็นแล้วมองผ่านไม่ได้
เราก็ถอยออกมาจะถ่ายรูป 
ผู้หญิงคนนี้ปั่นจักรยานมาเหมือนกัน เค้ามองไม่เห็นเรา เลยหยุดข้างหน้าเราเลย ฮ่าๆ เค้าไม่ได้แค่ตะลึงเท่านั้น แต่เค้าดมกลิ่นด้วย
ผ่านไปอีกแค่อึดใจเดียว มีครอบครัวพ่อแม่ลูกเดินผ่านมา ก็หยุดยืนดูอีก ดูท่าทางพวกเค้าคงอยู่แถวนั้น เพราะไม่ได้ตะลึงงันมากอย่างเรา แล้วเค้าก็พูดกับผู้หญิงคนที่ปั่นจักรยานว่า "ต้นนี้นี่คนเดินผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้เลยเนาะ ต้องหยุดชื่นชม" ว่าแล้วก็คุยกันมุ้งมิ้งว่าฉันวาดรูปดอกแมกโนเลียอยู่พอดี ฯลฯ (เค้าไม่ได้รู้จักกันมาก่อนนะ)
แล้วทุกคนก็แยกย้ายไป หลังจากยิ้มให้เรา เหลือเรายังดูอยู่
ในระหว่างนั้นก็มีคุณลุงปั่นจักรยานผ่านมาอีก หยุดดมอีกเหมือนกัน มีคนเดินผ่านก็หยุดดู เป็นแบบนี้อยู่สองสามรอบ
แป้บนึงเราก็ไปตามทางของเราบ้าง

เจ้าของบ้านได้บุญเลยที่ทำให้คนผ่านไปผ่านมาชื่นใจ (จริงๆก็มีต้นไม้หน้าบ้านแทบทุกบ้านเลย บนถนนสายนั้น) เหมือนที่เคยเขียนไว้แล้วว่าปลูกต้นไม้คือการทำบุญ 
ต้นไม้ ดอกไม้ ธรรมชาติ เป็นสุนทรีย์ในชีวิตจริงๆ นะ เห็นก็ชื่นใจ และยังมีประโยชน์ทางกายภาพ ระบบนิเวศอะไรอีกมากมาย (เรียนกันตั้งแต่เด็กๆ แล้ว) 
แต่วันนี้เราได้เห็นด้วยว่าเค้ายังได้ทำให้คนที่ไม่รู้จักได้คุยกัน หัวเราะ ยิ้มด้วยกัน สร้างอารมณ์ดีให้แก่กัน เกิดความรู้สึกร่วมกัน

ถ้าหน้าบ้านหรือระเบีบงบ้านคุณมีที่ว่างๆ ก็ลองปลูกอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้ตัวคุณเองมีสุนทรีย์ในชีวิตและเผื่อแผ่คนอื่นๆ แบบเจ้าของหลังบ้านนี้ดูนะคะ

Thursday, 13 March 2014

เลี่ยงภาษี

คนเยอรมันให้ความสำคัญกับการเสียภาษีมาก
การเลี่ยงภาษีเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ
แม้ทุกคนก็รู้ว่ามันมี
แต่ว่าถ้าคนที่เลี่ยงภาษีถูกจับได้ จะได้รับโทษทางกฎหมายและการประนามจากสังคมอย่างถล่มทลายกรณีล่าสุดคือ Uli Hoeness ซึ่งเป็นผู้จัดการทีม Bayern Munich เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติ เป็นคนที่ประสบความสำเร็จทางอาชีพ ผู้คนนับหน้าถือตา แต่เมื่อถูกจับได้ว่าเลี่ยงภาษี ตอนนี้ไม่มีข่าวรายการไหนไม่พูดถึง แม้แต่ฟีดของนิตยสารและสำนักข่าวต่างๆก็พูดถึงเรื่องนี้กันตลอดเวลา
ล่าสุดมีคนถึงขนาดทำเว็บไซต์ขึ้นมาว่าเงินที่ Uli เลี่ยงภาษีไปจะเอาไปทำอะไรได้บ้าง
http://wievielschuldetuli.de/
จ้างพยาบาลได้กี่คน ทำสถานรับเลี้ยงเด็กเล็กได้กี่แห่ง เงินเดือนนายกรัฐมนตรีกี่คน หรือซื้อไส้กรอกในสนามฟุตบอลได้กี่อัน ฯลฯ

จำได้ว่าสมัยสเตฟฟี่ กราฟ นักกีฬาเทนนิส อดีตมือหนึ่งของโลก ดังมากๆ พ่อของเธอก็เลี่ยงภาษีค่าตัวของเธอ ทำให้เขาต้องติดคุกในที่สุด

เค้าจริงจังกันขนาดนั้น

แล้วบ้านเราล่ะ เลี่ยงภาษีกันทุกหย่อมหญ้า มีแต่คนที่ทำงานประจำเท่านั้นกระมังที่เลี่ยงภาษียากหน่อย เพราะโดนหักภาษีออกจากเงินเดือนโดยอัตโนมัตื

มันน่าจะเป็นเรื่องของความเชื่อถือที่เรามีให้แก่รัฐเหมือนกันที่ทำให้ความรู้สึกถึงหน้าที่เสียภาษีมันต่างกัน
ถ้าเปรียบเทียบไทยกับเยอรมนีแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ารัฐของเยอรมนีเค้าเอาเงินภาษีไปใช้อย่างโปร่งใสและทำประโยชน์แก่สังคมและประชาชนมากกว่ารัฐของเรา คนเยอรมันเองก็เลยคิดว่าคนในสังคมควรเสียภาษีเพราะก็ได้ใช้บริการจากรัฐ ในขณะที่คนไทยรู้สึกแต่ว่ารัฐโกง
แต่อีกแง่หนึ่งก็เป็นไปได้ว่าคนเยอรมันเค้ารู้หน้าที่ของตัวเองมากกว่า และคิดถึงส่วนรวมมากว่าคนไทย เค้ารู้สึกว่าเค้าควรจ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งบริการ ในขณะที่คนไทยอยากได้บริการฟรีๆ

สังคมเราจะมีบริการสาธารณูปโภคพื้นฐานดีขึ้น คุณภาพชีวิตคนดีขึ้น ก็ต้องรอให้คนไทยให้รู้จักหน้าที่ตัวเอง และรัฐก็ทำอะไรโปร่งใสและทำให้โครงการที่สมเหตุสมผลและให้ประโยชน์ในวงกว้างมากกว่านี้

Wednesday, 4 September 2013

ปลอดสาร

เมื่อกี้ปั่นจักรยานจากที่ทำงานไปโรงอาหาร
ระยะทางประมาณ 2 km คือช่วงปั่นกลับนี่ อาหารย่อยพอดี
มีช่วงต้องผ่านอุโมงค์ต้นไม้ด้วย สองอุโมงค์ ฟินมาก
วันนี้อากาศดี แดดออก ฟ้าสวย ไม่ร้อนจัด เย็นกำลังสบาย
ก่อนไปซื้ออาหารแวะเข้าห้องน้ำก่อน 
เห็นอะไรสีขาวๆบนหัว ในใจคิดว่า "รังแคอีกละ เบื่อจริง"
หยิบออก "เฮ้ย รังแคดิ้น"
คือ จริงๆมันคือหนอน!!!

ธรรมชาติไปมั้ย ประเทศนี้
แสดงว่าเราไม่มียาฆ่าแมลง :-P
หรือหัวเราเน่าละเนี่ยะ!?!



Tuesday, 16 July 2013

สอบในเยอรมันอีกครั้ง

นับถือความแม่นยำของคนเยอรมันจริงๆ

หลังจากจบไปไม่ได้สอบที่นี่มาเกินสามปี วันนี้ได้สอบอีกครั้ง
ปกติข้อสอบปลายภาคคณะนี้มหาวิทยาลัยนี้ จะเป็นการชี้ชะตากรรมของทั้งเทอม (เรียนที่นี่ไม่มีการเก็บคะแนนใดๆทั้งสิ้น สอบปลายภาคทีเดียว 100%) เวลาสอบ 60 นาที คะแนนเต็ม 60 คะแนน ที่ท้ายข้อสอบแต่ละข้อจะเขียนคะแนนไว้ ให้นักศึกษารู้ว่าคะแนนเต็มเท่าไหร่ และควรใช้เวลากี่นาทีกับข้อนั้นๆ (หนึ่งคะแนนควรใช้หนึ่งนาที)

วันนี้เป็นการตอกย้ำอีกครั้ง ทำข้อสอบเสร็จปุ๊บ คือใส่จุด fullstop ประโยคสุดท้าย หมดเวลาเป๊ง ไม่ต้องทวนมันเลยทีเดียว มันจะเป๊ะไปไหน นี่แบบว่าอ่านคำถามปุ๊บก็เริ่มเขียนคำตอบปั๊บ ไม่ได้โอ้เอ้นั่งระลึกชาติลังเลว่าจะตอบแบบไหนดีเลยซักนิด

ความทรงจำเก่าๆกลับมาเลย มันเป็นแบบนี้มาตลอดว่าหากเตรียมตัวสอบดีๆ จะสามารถทำข้อสอบได้แบบอ่านโจทย์แล้วตอบทันที และเวลาจะหมดพอดีเป๊ะ

คนออกข้อสอบเค้าเซียนกันจริงๆ นับถือๆ

Monday, 15 October 2012

Market designers win the Nobel Prize 2012! ^^


ขอแสดงความยินดีกับ Prof. Alvin E. Roth และ Prof. Lloyd S. Shapley สำหรับ The Sveriges Riksbank Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel 2012
หรือเรามักจะเรียกง่ายๆว่า รางวัล "โนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์" ของปีนี้ค่ะ (หนูดีใจมากๆ :-)

"for the theory of stable allocations and the practice of market design"

ณ โอกาสนี้เลยขอนำลิ้งค์บทความของ Prof. Ockenfels ที่เขียนถึง market design และเราได้แปลเอาไว้ ลงในบล็อกนี้เมื่อปีที่แล้ว มาให้อ่านกันอีกรอบนะคะ เผื่อสนใจ เราแปลยังไม่เก่งมาก แต่มีใจนะ ^^
http://exploy.blogspot.com/2011/05/blog-post.html


รายละเอียดของผู้ได้รับรางวัลทั้งสองตามนี้เลย
http://www.nobelprize.org/nobel_prizes/economics/laureates/2012/

นอกจากนี้ Prof. Alvin E. Roth ยังเขียนบล็อกส่วนตัวเกี่ยวกับ market design ด้วย เข้าไปอ่านกันได้ น่าสนใจและสนุกนะ เค้าเขียนบล็อกทุกวันเลย สุดยอดแหะ ^^
http://marketdesigner.blogspot.com/

Saturday, 22 September 2012

Field Experiment

ผลลัพธ์จากการทดลองในห้อง lab ทำให้เราทราบและพยายามทำความเข้าใจพฤติกรรมการตัดสินใจของคนในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจแบบต่างๆ และได้ยืนยันว่ามนุษย์ไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจอย่างที่โมเดลเศรษฐศาสตร์มาตรฐาน ได้สมมติและทำนายพฤติกรรมเอาไว้
(จะค่อยๆทะยอยเขียนเกี่ยวกับ lab experiments ที่คลาสสิคระดับตำนานมาให้อ่านกันค่ะ)

การทดลองในห้อง lab นั้นมีข้อดีคือนักวิจัยสามารถควบคุมตัวแปร สถานการณ์ ความพึงพอใจ ให้คงที่ได้ และให้เหลือตัวแปรต้นที่ต้องการจะศึกษาเพียงตัวเดียวที่แตกต่างกันไปใน treatment (หรือกลุ่ม) ต่างๆ เมื่อผลการตัดสินใจของผู้เข้าร่วมการทดลองจาก treatment ที่แตกต่างกัน แตกต่างกันไปด้วย นักวิจัยจะสามารถสรุปได้ว่าสิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง treatment เป็นสิ่งที่มีผลต่อผลลัพธ์ของการทดลอง ดังนั้นจึงมีผลต่อการตัดสินใจของมนุษย์ในสถานการณ์ที่เราสมมติ

อย่างไรก็ตาม ข้อดีที่กล่าวถึงของ lab experiment ก็กลายเป็นจุดด้อยเช่นกัน เพราะในสถานการณ์จริง เป็นไปได้หรือ ที่เราจะสามารถควบคุมทุกอย่างได้ และเหลือตัวแปรเพียงตัวเดียว ในโลกความเป็นจริง มีปัจจัยมากมายหลายหลากที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในสถานการณ์ที่แตกต่างจากในห้อง lab อย่างสิ้นเชิง ดังนั้นนักทดลองทางเศรษฐศาสตร์จึงเริ่มตบเท้าเดินออกจากห้อง lab และหันมาทำการทดลองกับคนที่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่นักวิจัยต้องการจะศึกษาจริงๆ (แทนที่จะเป็นนักศึกษาอย่างที่มักจะใช้ในการทดลองในห้อง lab) และยังสมมติสถานการณ์ให้เหมือนจริงมากที่สุด  หรือเข้าไปศึกษาในสถานการณ์จริงเลย (แทนที่จะใช้คำอธิบายสถานการณ์กลางๆอย่างในการทดลองห้อง lab)

ตัวอย่าง เช่น การออกแบบการประมูลอิเล็กทรอนิคส์ ว่าเวลาการสิ้นสุดการประมูลควรเป็นอย่างไร ควรกำหนดเวลาตายตัว เมื่อถึงเวลาที่กำหนดไว้ให้หยุดการประมูลทันที (ebay) หรือให้ขยายเวลาการประมูลออกไปอีก 15 นาที ทุกครั้งที่มีการเสนอราคาใหม่เข้ามา (amazon)
lab experiment จะกำหนดกฎระเบียบ ให้เงินตั้งต้น และระบบการตอบแทนในการทดลองเหมือนกันเกือบทั้งหมดใน treatment ต่างๆ ยกเว้นสิ่งที่ต้องการจะดูว่าส่งผลอย่างไรต่อการตัดสินใจ ในที่นี้ก็คือการประมูลจะสิ้นสุดอย่างไร เมื่อออกแบบการทดลองแล้วก็เชิญนักศึกษาเข้ามาเล่นเกมที่เราได้ออกแบบไว้
ส่วน field experiment จะมีความสมจริงขึ้น คือ นำเกมแบบเดียวกับเกมใน lab ไปเล่นกับคนจริงในสถานการณ์นั้นๆ ในที่นี้ก็คือผู้ที่ต้องการประมูลของใน internet จริงๆ โดยการตั้งประมูลของใน internet ขึ้นมาจริงๆ

หากมองในแง่การออกแบบนโยบายต่างๆแล้ว หลังจากเราศึกษาพฤติกรรมการตัดสินใจพื้นฐานของคนในห้องแลปแล้ว เราควรนำกฏกติกาที่ได้ออกแบบแล้วไปทดลองในสนามจริงก่อนที่จะประกาศนโยบายออกไปจริงๆ ก็น่าจะดีไม่น้อยค่ะ

เว็บไซต์เกี่ยวกับ economic field experiment ที่เจ๋งมากของ Prof. John A. List ปรมาจารย์ด้าน field experimentชื่นชมอาจารย์ที่ทุ่มเทเพื่อวิทยาศาสตร์มากมาย ขอบพระคุณอาจารย์ที่ทุ่มเทกำลังและทรัพยากรเพื่อสร้างเว็บนี้ค่ะ
http://www.fieldexperiments.com/